รหัสแผ่น CD082 วีซีดี ธรรมหรรษาสู่วัดป่าสุคะโต โดย หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ |
|||||||||||
![]() |
|||||||||||
|
|||||||||||
| รายละเอียดแผ่นและผู้จัดทำ วีซีดีแผ่นนี้พี่โตอนุญาตให้นำออกแจกเป็นธรรมทาน
และสามารถอัดแจกต่อๆกันไปได้ |
|||||||||||
| รายละเอียดแผ่นและผู้จัดทำ วีซีดีแผ่นนี้พี่โตอนุญาตให้นำออกแจกเป็นธรรมทาน
และสามารถอัดแจกต่อๆกันไปได้ เนื้อหาธรรมบรรยาย หลวงพ่อคำเขียนได้กล่าวสรรเสริญการเจริญสติว่าเป็นการทำความดี เป็นของดี ให้เราหมั่นฝึกเจริญสติให้มาก ไม่ต้องไปคิดนึกให้ยุ่งยาก สติเป็นสิ่งที่มีจริงๆ ใช้มันได้จริงๆ เมื่อเรามีความรู้สึกตัว มันก็สำเร็จประโยชน์แล้ว พ้นจากความหลง พ้นเวร พ้นภัย เมื่อเรามามีความรู้สึกตัวอยู่ที่มือเคลื่อนไหว รู้สึกตัวอยู่ที่ลมหายใจ รู้สึกตัวอยู่ที่การเดินจงกรม มันก็ได้พ้นอะไรมาเยอะแล้ว พ้นความหลง พ้นความโกรธ การฝึกเจริญสตินั้นเริ่มต้นอย่าได้ไปเอาผิดเอาถูก เมื่อเรารู้สึกตัวขึ้นมาก็ใช้ได้แล้ว เป็นสัจจะ เป็นปรมัตถ์ ไม่ใช่คิดนึกเพ้อฝันเอา สัมผัสได้ รู้ได้ทันที ทุกคนมีกายมีสติ ก็ขอให้เราหมั่นกำหนด เอากายมาต่อกับสติ ให้มันจุ่ม ให้มันรู้สึกตัว ไม่ใช่ทำความเพียรเพียงมีแต่รูปแบบ มีแต่กิริยา มีแต่การนั่งสร้างจังหวะ แต่ไม่มีกรรม ไม่มีเจตนาที่จะรู้ จะเป็นกรรมที่ไม่มีผล เป็นกรรมเป็นการเคลื่อนไหวฟรี ๆ เดินฟรี ๆ หายใจฟรี ๆ คิดนึกหลงไปทางอื่น ปฏิบัติต้องรู้จักกลับ รู้จักกลับมารู้สึกตัว รู้จักเปลี่ยนหลงเป็นรู้ กลับมารู้กายที่มันเคลื่อนมันไหว หลงไปทีใดให้รู้ โกรธไปทีใดให้รู้ อย่าปล่อยให้ความหลงเจริญ ความโกรธเจริญ ให้มีการเริ่มต้นฝึกความรู้สึกตัว มีกรรม มีการกระทำทางจิต คือ รู้สึกตัว พุทธศาสนาเกิดจากการกระทำ ไม่ใช่เกิดจากการคิดนึกหาเหตุหาผล มันไม่ใช่การกระทำ ไม่ปล่อยให้ความโลภ ความโกรธ ความหลงมันเจริญ เบียดเบียนตนเอง เบียดเบียนผู้อื่น จนเป็นภาระ เกิดปัญหามากมาย หลวงพ่อคำเขียนกล่าวว่าการกลับมาศึกษาจิต
กลับเข้ามาดูตัวเอง คือ กรรมฐาน มีการกระทำเกิดขึ้นจริงๆ ให้เราเอากายเคลื่อนไหวมาสร้างความรู้สึกตัว
เอาใจมาสร้างความรู้สึกตัว ผลิตความรู้สึกตัวจากฝีมือของกาย จากฝีมือของจิตใจ
จนได้เห็น จนได้รู้ เห็นกายเห็นใจตามความเป็นจริง เห็นผ่านตาในอยู่อย่างนั้นหลายวันเข้ามันก็รู้แจ้งเอง
ความรู้สึกตัวเป็นการทำความดี เป็นการละความชั่ว เป็นการทำจิตให้บริสุทธิ์
แล้วมันก็บริสุทธิ์จริงๆ เมื่อเรารู้สึกตัว ไม่ได้ไปทำบาปอะไร รู้สึกตัวอยู่เสมอ
ใจมันก็ไม่ได้ไปทางอื่น แม้ว่าบางคราวอาจจะมีการคิดไปบ้าง ก็รู้จักกลับมา
กลับมามีความรู้สึกตัว มันก็ยังไม่เป็นกรรม ไม่เป็นกายกรรม วจีกรรม เราเอาตั้งแต่ตรงนี้
มโนกรรม จัดการจำเลยหมายเลขหนึ่ง มาฝึกหัดจิตใจ จิตใจมันไม่มีตัวมีตน เมื่อจะมาฝึกหัดจึงจับมันมาหัดไม่ได้
จึงต้องมาฝึกให้มันรู้อยู่ รู้อยู่ที่กาย เป็นลำดับต้นเป็นพื้นฐาน อย่าไปยุ่งกับจิต(ดูความคิด)ทันที
ทำใหม่ๆ แม้ว่ามันจะคิด(ลักคิด)ไปบ้าง คิดแล้วคิดอีก ก็ช่างมัน ให้เรารู้จักกลับ
รู้จักตั้งความรู้สึกไว้ตรงนี้ ทำแต่เรื่องนี้ รู้สึกตัว แม้มันจะคิดไปร้อยครั้งพันหน
ก็ให้เรารู้จักกลับมารู้สึกตัวร้อยครั้งพันหน ใหม่ๆ อย่าเพิ่งไปเอาผิดเอาถูกกับความคิด
กลับมารู้สึกตัวไว้ รู้ไว้ จนชำนิชำนาญ จนชิน ชินที่จะกลับมารู้ แต่ก่อนนี้เราชินที่จะหลง
ชินที่โกรธ พอมาฝึกเจริญสติมากเข้ามันก็ง่ายที่จะรู้ ง่ายที่จะกลับมารู้สึกตัว
มันก็เป็นจริง เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ ให้ผลได้ สมกับการกระทำของแต่ละคน
ใครขยันรู้คนนั้นก็ได้รู้ไป ใครขยันหลง คนนั้นก็ได้ความหลงไป ได้ความโกรธไป
จนกลายเป็นจริตนิสัย ราคะจริต โทสะจริต โมหะจริต แต่เมื่อเรามาฝึกหัดตรงนี้
หัดให้เป็น หัดให้มีสติอยู่กับกาย มีสติอยู่กับจิต อยู่กับสองหลักตรงนี้
มันก็เห็นเป็นรูป เห็นเป็นนาม เคลื่อนไหวอยู่ นั่งอยู่ รู้ได้จริงๆ รู้เจ็บ
รู้ปวด รู้ร้อน รู้หนาว รู้ซื่อๆ รู้ตรงๆ รู้ด้วยความบริสุทธิ์ เวทนาก็บริสุทธิ์
ไม่ใช่เวทนาด้วยอุปาทาน ความสุขก็เป็นอุปทาน ความทุกข์ก็เป็นอุปาทาน ให้เรามาเห็นสภาวะ
สุขก็เห็น ทุกข์ก็เห็น ความสุขความทุกข์ของรูป ความสุขความทุกข์ของนาม
เพียงแต่เห็นแค่นั้น เห็นแค่ทุกข์ เห็นแค่สุข อย่าให้เกินไปกว่านั้น อย่าปล่อยให้เป็นยินดียินร้าย
อย่าให้มันต่อจนปรุงเป็นกิเลสตัณหา มันไปไกลเกินไปจนไม่จำเป็น รู้ทันความคิด
เห็นความคิด รู้เฉพาะเรื่องของมัน รู้แล้วก็กลับมาอยู่กับความรู้สึกตัว
เป็นการสอนเป็นการฝึกหัดตัวเราให้เป็น เป็นเรื่องที่รีบด่วนที่สุด ฝึกหัดตนเอง
มันหลงเราก็เห็นว่าเราหลง สอนตัวเองขณะที่มันหลง ขณะที่มันทุกข์ ขณะที่มันโกรธ
ขณะที่มันคิดผิด พูดผิด เราต้องสอนตัวเองให้เป็น รู้สึกตัวให้เป็น ไม่ใช่จำ
ไม่ใช่เอาแต่ความรู้ ให้เอามาปฏิบัติ ปฏิบัติให้มันไม่ทุกข์ ทุกครั้งที่มันผิดก็ทำให้ถูก
ทุกครั้งที่มันหลงก็ทำให้ไม่หลง การฝึกอย่างนี้มันอยู่ในกำมือเรา อยู่ในตัวเรา
มีความพร้อมอยู่ในตัวเรา ถ้าเรามีสติ มีความรู้สึกตัว มันก็สักแต่ว่าเห็น
สำเร็จประโยชน์แล้ว การเห็น ถ้าว่ามันเห็นแล้วมันก็หลุด พ้นตรงที่เห็นนั่นหละ
แต่ถ้าเป็น ก็ไม่พ้นแล้ว ไปไกลแล้ว เป็นผู้ยินดีเป็นผู้ยินร้าย ไปโน้น
ก็ให้เราหมั่นมาสอนตัวเองตรงนี้ ขณะที่มันยังไม่เห็นอะไร ก็ให้เรารู้เอาไว้
รู้สึกตัวเอาไว้ ให้มันชำนิชำนาญ หัดสร้างความรู้สึกตัวให้มันครองกาย ครองใจ
เป็นสิ่งที่ไม่เหลือวิสัยที่เราทุกคนจะทำได้ |
|||||||||||
![]() |
|||||||||||