| Kovit 05A
ปฏิบัติธรรมที่ไหน เวลาใด
จึงจะดีที่สุด
สติเป็นสิ่งที่ดี
แต่ละเวรไม่ได้
ความสัมพันธ์และหน้าที่ของ สติ (ศีล) สมาธิ ปัญญา
ศีลคือข้อบัญญัติ แต่ตัวปฏิบัติ คือ สติ
ครองสติได้ การฟัง การพูด การคิด จะเป็นขั้นเป็นตอน รู้จักเหตุ ผล รู้จักมรรควิธี
ศิลปะชั้นสูง คือ ศิลปะแห่งการรอคอยโดยไม่คอย สร้างเหตุ ทำตามมรรควิธี โดยไม่รอผล |
Kovit
05B
อย่าตั้งความปรารถนาใด ๆ ไว้ภายใน ทำความเพียรแต่ไม่ได้ทำอะไร
เพียรทำตามกระบวนการ ตามมรรค จะนำไปสู่ผล
ทำแต่ละวันให้ดี ชีวิตจะดี
สติเมื่อสะสมให้มากแล้วจะเห็นขันธ์ห้าตามที่เป็นจริง เห็นอุปาทาน
หมั่นสร้างความเคยชินที่จะรู้สึกตัว เลิกคุ้นเคยกับความคิดที่ฟุ้งซ่าน ไร้ประโยชน์
การปฏิบัติแบบอุกฤษฏ์
แนะนำการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวกาย
ความรู้สึกตัวสด
ๆ
คือหลักแห่งการภาวนา |
Kovit
07A
อยากรู้จักตนเองว่าเป็นคนอย่างไร ต้องลงมือภาวนา
เล่านิทานพระราชาแสวงหาคำตอบ สามคำถาม
มนุษย์ควรทำสิ่งใดดี ทำกับใครดี ทำเวลาไหนดี
ค้นพบสภาพแท้ในตัวเองด้วยการปฏิบัติทางรูปธรรม ไม่ใช่ด้วยการคิดนึกจดจำ
บุคคลพึงมีศีลบริสุทธิ์, บรรลุสมาธิ,
ปัญญาละอาสวะ และ บำเพ็ญประโยชน์เพื่อมหาชน
ปฏิบัติธรรมต้องมีอารมณ์ปฏิบัติ เทคนิควิธีเฉพาะตนเพื่อการปลุกสติให้ตื่น
ตามอุปนิสัย |
Kovit
07B
เมื่อเรามีความรู้ตัว ความไม่รู้ตัวก็หายไป รู้ตัวมาก ๆ คุ้นเข้า ๆ ความไม่รู้ตัวก็เข้าไม่ติด
ขนบธรรมเนียมนักบวช
ก่อนทำงานการอะไร ต้องกำหนดจิตแจ่มใส
พิธี หรือ วิธี คือ
การกำหนดจิตแจ่มใสก่อนทำกิจการงาน
กำหนดจิตแจ่มใสก่อนนอนจะคุ้มครองให้หลับสบายจนตื่น
การเคลื่อนไหวมือ กาย คือ แบบฝึกหัดเพื่อหัดกำหนดจิต
รู้สึกตัว
เล่านิทานคนบ้าธรรมะ
เมาธรรมะ ไม่รู้จักศาสนาทั้งที่พูดธรรมะมาก
ๆ
การยึดติดศาสนาเป็นสิ่งอันตราย
สมาธิ 2 แนว
สมาธิเป็นสิ่งอันตรายหากขาดสติ อย่าฝึกสมาธิก่อนการฝึกสติ
สัมมาสติต้องมาก่อนสัมมาสมาธิ สติพอเพียงทำให้สมาธิพอเพียง
ทำความเพียรให้ทำเพียง
รู้สึกตัว
อย่าพูดข้างใน ให้มีแต่
สภาวะรู้
เห็นการเข้าไปในความคิด เห็นการออก การหลุดจากความคิด
นำฝึกเจริญสติ |
Kovit
08A
มโนคติถึงสภาพเสถียรโดยผ่านการปฏิบัติภาวนาทางรูปธรรม
กิจการงานทำให้รู้จักศักยภาพตัวเอง กิจภาวนาจะทำให้รู้จักตนเองมากขึ้น
หากมีสติดีจะเห็นชีวิต โลก จักรวาลเป็นเอกภาพเดียวกัน
ไม่แบ่งแยก
คนเราสนใจประวัติพระอรหันต์น้อยกว่าประวัติผู้นำโลกที่เป็นฆาตกร
ระบบการศึกษาของรัฐไม่ช่วยให้คนเข้าใจตนเอง เพียงแค่ระดมคนเข้ารับใช้รัฐ
มนุษย์ทุกคนคือขันธ์ห้า รักสุข เกลียดทุกข์เหมือนกัน
ข้อปัญหากินเนื้อสัตว์บาป กินผักไม่บาป
ภิกษุพรากของเขียว ฆ่าสัตว์
ถูกปรับอาบัติเท่ากัน
พืชมีชีวิตจิตใจเช่นเดียวกับสัตว์
กินเจเป็นสิ่งที่ดีเพื่อสุขภาพ แต่ไม่ได้ช่วยให้ราคะน้อยลง โทสะน้อยลง
ราคะ โทสะ โมหะ ไม่มีรากเหง้าจากการกินเจ แต่มีมูลเหตุจากอวิชชา
คนเราบริสุทธิ์ ไม่ได้ด้วยศีล หรือสมาธิ แต่บริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา
เห็นขันธ์ห้าตามที่เป็นจริง
พระพุทธเจ้าเป็นมนุษย์ไม่ใช่เป็นเทวดา
มนุษย์คือหน่อเนื้อพุทธะ
เล่าพุทธประวัติในมุมมองของ อ.โกวิท |
Kovit
08B
พระพุทธเจ้าช่วงคืนก่อนการตรัสรู้
อากัปกิริยาหลังตรัสรู้ คือ มุทราตลอดจนสิ้นพระชนม์
ตัณหาเกิดที่ใดดับที่นั่น
การเคลื่อนไหวมุทรา คือ
กุญแจดอกเอกสู่การรู้แจง
รู้สึกตัวล้วน ๆ ถ้วน ๆ
อธิษฐานจิตภาวนาจนสิ้นอาสวะ ปฏิบัติเพื่อสู่การรู้แจ้งเป็นทางไปไม่กลับ
วัฒนธรรมชาวพุทธ
เริ่มต้น ที่สติ
พระพุทธองค์หลุดพ้นเฉพาะตัว
แต่กลับเห็นทุกชีวิตคือสภาวะธรรมเดียวกัน
ผู้ที่หลุดพ้นแล้ว
ทำให้คนอื่นหลุดพ้น..ไม่ได้ เจ้าตัวต้องทำเอง
มนุษย์ทุกคนมีธรรมชาติแห่งการหลุดพ้นอยู่แล้ว เป็นอยู่แล้ว แต่ไม่รู้จัก
ปฏิบัติธรรมอย่าติดสุข อย่าเป็นเทวดา
ความสงบเป็นสิ่งที่ดี แต่ละทุกข์ไม่ได้ ยังอาพาธอยู่
การบวชเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการปฏิบัติ แต่ไม่ใช่เนื้อหาของการรู้แจ้ง |
Kovit
09A
ทุกคนปฏิบัติได้ไม่ขึ้นกับรูปแบบภายนอก
อานิสงส์ ของผู้ออกบวช
เมื่อเข้าถึงความรู้สึกตัว
จิตใจจะไม่แบ่งเพศแบ่งวัย
แนะนำการทำกิจภาวนา
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คือ ดวงแก้ว คือ หลักชัยของมนุษย์
พระสงฆ์มีความสำคัญดั่งเส้นหญ้า
ถ่อมตน ไม่เย่อหยิ่ง
หากสถาบันสงฆ์สำคัญตนผิด
จะหมดความหมายหมดความสำคัญทันที
ปฏิบัติธรรมด้วยความถ่อม ไม่เย่อหยิ่ง โอ้อวด จริงใจ
ซื่อ ๆ รู้รูปนามตามความเป็นจริง
ความสัตย์จริงมีรสที่ไม่ตาย
ความสุขแท้คือการสิ้นอัสมิมานะ บรมสุข |
Kovit
09B
ความสุขเหลือเฟือเมื่อสิ้นอหังการ
นำเดินจงกรม เน้น ความรู้สึกตัว ไม่สนใจความรู้
เจริญสติเพื่อถอนลิ่มสลักแห่งอหังการ เห็นรูปนามเห็นขันธ์ห้าตามธรรมชาติ
อย่าต่อสู้กับธรรมสภาวะที่เป็นจริง
แนะนำการเจริญสติรูปแบบกายเคลื่อนไหวเป็นแบบในการกำหนดรู้
ความสุขจากความสงบ
สงบใต้โมหะ สงบวิมุติ
หลุดพ้นจากความไม่รู้ (ศานติ)
ขณะฝึกอย่าทำจิตให้สงบ
เดิน เคลื่อนไหวให้รู้ตัว
ฟุ้งไปให้รู้ตัว เรียนรู้ที่จะอยู่เหนือความฟุ้ง |
Kovit
10A
วิปัสสนา
การเห็นแจ้ง เห็นสภาวะรูป
นาม ตามความเป็นจริง
ความสุขความทุกข์ทั่วไป
ความสุขจากวิปัสสนาใช้ได้ แต่อย่ายึดถือ
ความสุขจากวิปัสสนาเป็นเพียงผลพวง ไม่ใช่เป้าหมายหลักของการภาวนา
การภาวนาเหมือนการเดินทางไกล พบอุปสรรคมาก โดดเดี่ยว
สรุปธรรมบรรยายช่วงที่ผ่านมา |
Kovit
10B
สรุปธรรมบรรยายช่วงที่ผ่านมา |
Kovit
11A
ภาวนาด้วยการขับเพลงองค์ใดพระสัมพุทธะ เพลงด้วยดวงใจ
ด้วยความรู้สึกตัว
ปฏิบัติธรรมต้องมีอารมณ์ให้กำหนดรู้ และอยู่เหนืออารมณ์ |
Kovit
11B
เมตตาเป็นมโนคติ กรุณาเป็นการกระทำ
นำภาวนา
นำเปล่งเสียงภาวนา
โอม (มาจากคำ อะ อุ มะ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์)
หัดเปล่งเสียงภาวนา
โอม เปล่งโดยไม่ต้องคิดถึงความหมาย
เปล่งด้วยความรู้สึกตัว
นำฝึกภาวนา |
Kovit
12A
เจริญภาวนาให้จับที่ความรู้สึกตัวสด ๆ
ชีวิตคือความรู้สึกตัว
ความรู้ทางปริยัติ ความรู้ทางพระคัมภีร์ อาจเป็นอุปสรรคสู่การบรรลุธรรม
ภาวนาอย่าคิด
แยกแยะ สาธยายธรรม หรือบรรยายธรรมให้ตัวเองฟังภายใน
เลิกกระซิบ เลิกวิตกวิจารณ์
จะทำให้เราเข้าถึงโลกสงบสงัดภายใน
ความรู้ด้านพระคัมภีร์ละกิเลสไม่ได้ ความรู้เป็นเพียงภาพวาด
รากฐานการเข้าถึงธรรมอยู่ที่ตัวผู้ปฏิบัติเป็นหลัก
การเพ่งกสิณอาจทำให้บ้าได้
ภาวนาโดยใช้การเจริญสติ
รู้สึกตัวซื่อ ๆ ถ้วน
ๆ หลีกเลี่ยงภาวะบ้า |
Kovit
12B
ฝึกภาวนาจนตั้งสติเป็นแล้ว ค่อยดูความคิดปรุงแต่ง
สติไม่ทำหน้าที่หลุดพ้น
สติเป็นสิ่งที่ดี แต่ละเวรไม่ได้ ตัวอริยมรรคญาณทำหน้าที่เห็นกิเลส
ละกิเลส
สติเพียงทำหน้าที่ ละ ความไม่รู้ตัว
สติสะสมมาก ๆ
ทำให้สมาธิตั้งมั่น เห็นรูป เห็นนามตามที่เป็นจริง
สัมมาทิฐิเกิดไม่ได้ด้วยการอ่านการฟัง เกิดจากการภาวนา ปัญญาญาน
ความรู้ทางปริยัติเพียงเพื่อปลุกเร้านำเข้าสู่การภาวนา
นำเจริญสติด้วยการลืมตา
ระหว่างภาวนา
อย่าหยุดคิด หยุดฟุ้ง แต่ให้รู้เท่าทัน เห็นความคิด
ความรู้จากการภาวนาจะเป็นประสบการณ์ที่ไม่ลืม |
Kovit
13A
การเคลื่อนไหวกายประสานการเจริญสติ
รำไท้เก๊ก เคลื่อนไหวมุทราเพื่อเป็นฐานการทำวิปัสสนา |
Kovit
13B
ภาวะเข้าถึงธรรมชาติ คือ การเข้าหาดุลยภาพภายในจิต |
Kovit
15A
การตั้งดวงจิตอธิษฐานเป็นสิ่งสำคัญ ช่วยคนอื่นพ้นทุกข์ ช่วยตนเองพ้นทุกข์
ให้สิ่งดี ๆ
กับเพื่อนมนุษย์ และคนรอบข้าง
สนทนาธรรม ธรรมจาริณีพูดแสดงความเห็น |
Kovit
15B
สนทนาธรรม ธรรมจาริณีพูดแสดงความเห็น |
Kovit
15C
คนทุกคนปรารถนาความสงบ
การภาวนาเพื่อตัดต้นเหตุแห่งความเดือดเนื้อร้อนใจ
หยุดเพลิดเพลินในอารมณ์ เผลอตัวน้อยลง รู้สึกตัวให้มากขึ้น มากขึ้น |
| Kovit 16A
หมั่นเจริญสติมากขึ้น จะทำให้เห็นนิสัยแท้ของเราเองชัดเจนขึ้น เห็นกิเลส
และรู้จักตัดรากเหง้าของนิสัยเสีย ๆ
รู้เท่าทันตนเองเป็นสิ่งสำคัญ
รู้เรื่องนอกตัว จะรู้บ้าง ไม่รู้บ้างก็ได้
ช่วงฝึกภาวนา อย่าคิดซ้อนคิด
เห็นโดยไม่ต้องคิด
เห็นแล้วทิ้งทันที คิดดี คิดชั่ว ให้ทิ้งไป
อย่าเข้าไปในกระแสความคิดปรุงแต่ง ให้เห็น รู้สึก เพียงอย่างเดียว
เมื่อเราประกอบคุณธรรมหลักได้ คุณธรรมอื่น ๆ จะตามมาเอง
เปรียบเสมือนการย้ายรังผึ้งให้ย้ายเฉพาะ นางพญา แล้วผึ้งทั้งรังจะตามมาเอง
ความรู้สึกตัวสด ๆ
ถ้วน ๆ คือ
ชีวิต
ปัญหาของปัญญาชน คือ การใคร่รู้ล่วงหน้า ทำให้เป็นอุปสรรคในการเห็นสภาวะธรรม
ธรรมจริง ๆ
รู้ล่วงหน้าไม่ได้
ประสบการณ์ทางโลกรู้แล้วจำ
ประสบการณ์ทางธรรมรู้แล้วผ่าน |
Kovit
16B
ศาสตร์ต่าง ๆ มีมากมาย แต่ไม่หันมาในตัวเอง
สนทนาธรรม ถามตอบปัญหา
ทันทีที่ทำความรู้สึกตัว
ชีวิตใหม่ ๆ จะปรากฏ |
Kovit 17A
ปฏิบัติธรรมอย่าอยากได้อะไร อย่าติดมรรคผล จะทำให้หลงทาง
คำขวัญการฝึกสติภาวนา
จงกรม บ่มรู้ ดูใจ ไม่เข้าไปในความคิด
ธรรมบรรยาย |
Kovit
17B
ธรรมบรรยาย |
Kovit
18A-18B
สรุปเนื้อหาธรรมบรรยายและหลักการเจริญสติภาวนาทั้งหมด
ธรรมจาริณีกล่าวสรุป ขอบคุณ และร่วมขับเพลง
ศานติ -ไมตรี |