รหัสแผ่น CD061 ซีดีธรรมะ…สติภาวนา 2530
โดย อ.โกวิท เอนกชัย ( เขมานันทะ )
                     
MP3 บันทึกที่  128 k. Bit/s  44100 Hz  Stereo. จำนวน 1 แผ่น
เล่นได้ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องเล่น MP3
สงวนสิทธิ์ห้ามจัดจำหน่าย อนุญาตให้จัดทำเพื่อเผยแผ่เป็นธรรมทานเท่านั้น
ทางเว็บได้รับต้นฉบับจากคุณ นพ Lilydome@hotmail.com
ขอขอบคุณ และขออนุโมทนาแทนทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
 
 
 

สติภาวนา๒๕๓๐

ซีดีธรรมะ…สติภาวนา๒๕๓๐…แผ่นนี้เป็นหนึ่งในความพยายามร่วมกันของเพื่อนๆที่จะรวบรวมและนำเอาเทปอบรมธรรมของ อาจารย์โกวิท เอนกชัย หรือ ท่านเขมานันทะที่ได้ถูกอัดเก็บไว้กระจัดกระจายตามที่ต่างๆออกมาให้ท่านที่สนใจแสวงหาชีวิต สนใจการฝึกสติปัฏฐานได้มีโอกาสได้ยินได้ฟังธรรมที่อาจารย์โกวิทได้เคยบรรยายไว้  ทดแทนโอกาสการฟังธรรมสดๆที่ลดน้อยลงตามกาลเวลาและปัญหาสุขภาพที่อาจารย์ประสบอยู่ในเวลานี้ครับ

ซีดีแผ่นนี้จัดทำจากเทปอบรมสติภาวนา ประจำปี ๒๕๓๐  จำนวน ๑๒ ม้วน (ไม่ครบชุด) ที่อาจารย์โกวิทอบรมให้กับเหล่านักศึกษาธรรมจาริณีที่สมัครเข้าร่วมโครงการซึ่งจัดเป็นประจำโดย  อาศรมศานติ-ไมตรี  นิคมสร้างตนเองขุนทะเล  .เมือง  .สุราษฏร์ธานี  เนื้อหาที่ท่านบรรยายไว้เป็นการปูพื้นฐานความเข้าใจชีวิต  รูป นาม สุข ทุกข์ และทางปฏิบัติง่ายๆ ซื่อๆ ที่จะนำเราสู่การเห็นแจ้งและรู้เท่าทันความคิด รู้เท่าทันอารมณ์ต่างๆ ตามความเป็นจริงด้วยพลังแห่งสติสัมปชัญญะที่มีอยู่แล้วในเราทุกคน   รายละเอียดเนื้อหาธรรมบรรยายในแต่ไฟล์เสียง   ผมได้สรุปไว้แล้วโดยสังเขปตอนท้ายของคำนำฉบับนี้ครับ

ผมต้องขอขอบพระคุณญาติทางธรรมทุกๆท่านที่กรุณาส่งสำเนาเทปธรรมบรรยายของอาจารย์โกวิทที่ท่านเก็บสะสมไว้ไปให้  อาจารย์ยงยุทธ โรจนวรเกียรติ   อาจารย์ที่ปรึกษา ประจำโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา   พญาไท  กรุงเทพฯ  เพื่อนผู้ทำหน้าที่รวบรวมเทปจากแหล่งต่างๆ   เปิดโอกาสให้ญาติทางธรรมท่านอื่นๆได้มีโอกาสได้ยินได้ฟังธรรมกัน  นอกเหนือจากการอ่านหนังสือที่สำนักพิมพ์ต่างๆถอดเทปและพิมพ์ออกจำหน่ายแล้วหลายสิบเล่มในนามปากกา…เขมานันทะ…

ผมต้องขอขอบคุณพี่วีรญา รุ่งอภิรักษ์กุลที่กรุณาช่วยติดต่อขออนุญาตอาจารย์โกวิท  เพื่อนำเทปธรรมบรรยายที่ท่านแสดงไว้ออกมาอัดเป็นซีดี Mp3 เพื่อแจกเป็นธรรมทาน โดยอาจารย์ได้ยินดีให้จัดทำได้และอนุโมทนาในธรรมทานไว้แล้วตั้งแต่ต้นปี ๒๕๔๖

ผมต้องขอขอบคุณ คุณหมอคงศักดิ์  ตันไพจิตร,  คุณสมบัติ   วัฒนพงศ์, คุณนนทยา   รุสิตานนท์ ,   คุณSawvakhon  Muenmee,  คุณอิสรัฐ โอแสงธรรมนนท์ และญาติมิตร  ผู้บริจาคทุนร่วมสมทบกระปุ๊กเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมอัดเทปธรรมลงซีดีแจกเป็นธรรมทาน  อันเป็นกิจกรรมสมัครเล่นที่ผมทำมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง  เพื่อประโยชน์ของผู้รับฟังเป็นหลัก

ผมต้องขอขอบคุณเว็บซีดีธรรมะ  ผู้รับอาสาเป็นฝ่ายผลิตและแจกจ่ายซีดีธรรมทานให้กับญาติธรรมทุกๆท่าน  ทั้งในส่วนที่ผมจัดทำ และในส่วนของพระอาจารย์กรรมฐานสายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง  รวดเร็ว และเปี่ยมด้วยคุณภาพทางเทคนิค

สุดท้ายผมขอกราบคาราวะ….ท่านเขมานันทะ…(.โกวิท  เอนกชัย)….ผู้อุทิศชีวิตทั้งชีวิตทำงานเพื่อรับราชการแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาตราบถึงปัจจุบัน (๖๖ปี)  แม้ยามที่ร่างกายต้องเผชิญปัญหาสุขภาพรุนแรง    อาจารย์ก็ยังมีผลงานทางหนังสือและร่วมอบรมภาวนาตามที่ต่างๆ เป็นระยะๆ

ขอเชิญทุกท่านร่วมฟังธรรมกับเหล่าธรรมจาริณีได้แล้วครับ
นพ
lilydome@hotmail.com
(ในนามผู้ทำต้นฉบับซีดีและผู้ร่วมสนับสนุนการแจกซีดีธรรมทาน)

 
 
 

เนื้อหาธรรมบรรยายในแต่ละไฟล์

 
 

Kovit 05A
ปฏิบัติธรรมที่ไหน  เวลาใด  จึงจะดีที่สุด
สติเป็นสิ่งที่ดี  แต่ละเวรไม่ได้

ความสัมพันธ์และหน้าที่ของ สติ (ศีล)  สมาธิ  ปัญญา
ศีลคือข้อบัญญัติ แต่ตัวปฏิบัติ คือ สติ
ครองสติได้ การฟัง การพูด การคิด จะเป็นขั้นเป็นตอน  รู้จักเหตุ ผล  รู้จักมรรควิธี
ศิลปะชั้นสูง คือ ศิลปะแห่งการรอคอยโดยไม่คอย  สร้างเหตุ ทำตามมรรควิธี โดยไม่รอผล

Kovit 05B

อย่าตั้งความปรารถนาใด ๆ ไว้ภายใน    ทำความเพียรแต่ไม่ได้ทำอะไร
เพียรทำตามกระบวนการ ตามมรรค จะนำไปสู่ผล
ทำแต่ละวันให้ดี   ชีวิตจะดี
สติเมื่อสะสมให้มากแล้วจะเห็นขันธ์ห้าตามที่เป็นจริง เห็นอุปาทาน

หมั่นสร้างความเคยชินที่จะรู้สึกตัว  เลิกคุ้นเคยกับความคิดที่ฟุ้งซ่าน ไร้ประโยชน์
การปฏิบัติแบบอุกฤษฏ์
แนะนำการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวกาย  …ความรู้สึกตัวสด ๆ…คือหลักแห่งการภาวนา

Kovit 07A

อยากรู้จักตนเองว่าเป็นคนอย่างไร  ต้องลงมือภาวนา
เล่านิทานพระราชาแสวงหาคำตอบ สามคำถาม

มนุษย์ควรทำสิ่งใดดี  ทำกับใครดี  ทำเวลาไหนดี
ค้นพบสภาพแท้ในตัวเองด้วยการปฏิบัติทางรูปธรรม  ไม่ใช่ด้วยการคิดนึกจดจำ
บุคคลพึงมีศีลบริสุทธิ์, บรรลุสมาธิ, ปัญญาละอาสวะ และ บำเพ็ญประโยชน์เพื่อมหาชน
ปฏิบัติธรรมต้องมีอารมณ์ปฏิบัติ  เทคนิควิธีเฉพาะตนเพื่อการปลุกสติให้ตื่น ตามอุปนิสัย

Kovit 07B

เมื่อเรามีความรู้ตัว  ความไม่รู้ตัวก็หายไป  รู้ตัวมาก ๆ  คุ้นเข้า ๆ   ความไม่รู้ตัวก็เข้าไม่ติด
ขนบธรรมเนียมนักบวช   ก่อนทำงานการอะไร ต้องกำหนดจิตแจ่มใส
พิธี หรือ วิธี  คือ การกำหนดจิตแจ่มใสก่อนทำกิจการงาน

กำหนดจิตแจ่มใสก่อนนอนจะคุ้มครองให้หลับสบายจนตื่น
การเคลื่อนไหวมือ กาย คือ แบบฝึกหัดเพื่อหัดกำหนดจิต…รู้สึกตัว…
เล่านิทานคนบ้าธรรมะ  เมาธรรมะ  ไม่รู้จักศาสนาทั้งที่พูดธรรมะมาก ๆ
การยึดติดศาสนาเป็นสิ่งอันตราย

สมาธิ 2 แนว

สมาธิเป็นสิ่งอันตรายหากขาดสติ  อย่าฝึกสมาธิก่อนการฝึกสติ
สัมมาสติต้องมาก่อนสัมมาสมาธิ  สติพอเพียงทำให้สมาธิพอเพียง
ทำความเพียรให้ทำเพียง…รู้สึกตัว…อย่าพูดข้างใน ให้มีแต่…สภาวะรู้
เห็นการเข้าไปในความคิด เห็นการออก การหลุดจากความคิด
นำฝึกเจริญสติ

Kovit 08A

มโนคติถึงสภาพเสถียรโดยผ่านการปฏิบัติภาวนาทางรูปธรรม

กิจการงานทำให้รู้จักศักยภาพตัวเอง   กิจภาวนาจะทำให้รู้จักตนเองมากขึ้น
หากมีสติดีจะเห็นชีวิต โลก จักรวาลเป็นเอกภาพเดียวกัน ไม่แบ่งแยก
คนเราสนใจประวัติพระอรหันต์น้อยกว่าประวัติผู้นำโลกที่เป็นฆาตกร
ระบบการศึกษาของรัฐไม่ช่วยให้คนเข้าใจตนเอง  เพียงแค่ระดมคนเข้ารับใช้รัฐ
มนุษย์ทุกคนคือขันธ์ห้า รักสุข เกลียดทุกข์เหมือนกัน
ข้อปัญหากินเนื้อสัตว์บาป กินผักไม่บาป
ภิกษุพรากของเขียว ฆ่าสัตว์  ถูกปรับอาบัติเท่ากัน
พืชมีชีวิตจิตใจเช่นเดียวกับสัตว์
กินเจเป็นสิ่งที่ดีเพื่อสุขภาพ  แต่ไม่ได้ช่วยให้ราคะน้อยลง โทสะน้อยลง
ราคะ โทสะ โมหะ ไม่มีรากเหง้าจากการกินเจ  แต่มีมูลเหตุจากอวิชชา
คนเราบริสุทธิ์ ไม่ได้ด้วยศีล หรือสมาธิ  แต่บริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา เห็นขันธ์ห้าตามที่เป็นจริง
พระพุทธเจ้าเป็นมนุษย์ไม่ใช่เป็นเทวดา
มนุษย์คือหน่อเนื้อพุทธะ

เล่าพุทธประวัติในมุมมองของ อ.โกวิท

Kovit 08B

พระพุทธเจ้าช่วงคืนก่อนการตรัสรู้
อากัปกิริยาหลังตรัสรู้ คือ มุทราตลอดจนสิ้นพระชนม์
ตัณหาเกิดที่ใดดับที่นั่น
การเคลื่อนไหวมุทรา คือ  กุญแจดอกเอกสู่การรู้แจง  รู้สึกตัวล้วน ๆ ถ้วน ๆ
อธิษฐานจิตภาวนาจนสิ้นอาสวะ ปฏิบัติเพื่อสู่การรู้แจ้งเป็นทางไปไม่กลับ
วัฒนธรรมชาวพุทธ  เริ่มต้น ที่สติ
พระพุทธองค์หลุดพ้นเฉพาะตัว  แต่กลับเห็นทุกชีวิตคือสภาวะธรรมเดียวกัน

ผู้ที่หลุดพ้นแล้ว  ทำให้คนอื่นหลุดพ้น..ไม่ได้   เจ้าตัวต้องทำเอง
มนุษย์ทุกคนมีธรรมชาติแห่งการหลุดพ้นอยู่แล้ว  เป็นอยู่แล้ว  แต่ไม่รู้จัก
ปฏิบัติธรรมอย่าติดสุข อย่าเป็นเทวดา
ความสงบเป็นสิ่งที่ดี แต่ละทุกข์ไม่ได้  ยังอาพาธอยู่
การบวชเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการปฏิบัติ  แต่ไม่ใช่เนื้อหาของการรู้แจ้ง

Kovit 09A

ทุกคนปฏิบัติได้ไม่ขึ้นกับรูปแบบภายนอก
อานิสงส์ ของผู้ออกบวช
เมื่อเข้าถึงความรู้สึกตัว  จิตใจจะไม่แบ่งเพศแบ่งวัย
แนะนำการทำกิจภาวนา
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คือ ดวงแก้ว คือ หลักชัยของมนุษย์
พระสงฆ์มีความสำคัญดั่งเส้นหญ้า ถ่อมตน ไม่เย่อหยิ่ง
หากสถาบันสงฆ์สำคัญตนผิด  จะหมดความหมายหมดความสำคัญทันที
ปฏิบัติธรรมด้วยความถ่อม ไม่เย่อหยิ่ง โอ้อวด จริงใจ ซื่อ ๆ  รู้รูปนามตามความเป็นจริง
ความสัตย์จริงมีรสที่ไม่ตาย
ความสุขแท้คือการสิ้นอัสมิมานะ  บรมสุข

Kovit 09B

ความสุขเหลือเฟือเมื่อสิ้นอหังการ
นำเดินจงกรม เน้น ความรู้สึกตัว ไม่สนใจความรู้
เจริญสติเพื่อถอนลิ่มสลักแห่งอหังการ เห็นรูปนามเห็นขันธ์ห้าตามธรรมชาติ
อย่าต่อสู้กับธรรมสภาวะที่เป็นจริง
แนะนำการเจริญสติรูปแบบกายเคลื่อนไหวเป็นแบบในการกำหนดรู้
ความสุขจากความสงบ   สงบใต้โมหะ  สงบวิมุติ หลุดพ้นจากความไม่รู้ (ศานติ)
ขณะฝึกอย่าทำจิตให้สงบ  เดิน เคลื่อนไหวให้รู้ตัว
ฟุ้งไปให้รู้ตัว เรียนรู้ที่จะอยู่เหนือความฟุ้ง

Kovit 10A

วิปัสสนา  การเห็นแจ้ง  เห็นสภาวะรูป นาม ตามความเป็นจริง
ความสุขความทุกข์ทั่วไป

ความสุขจากวิปัสสนาใช้ได้ แต่อย่ายึดถือ
ความสุขจากวิปัสสนาเป็นเพียงผลพวง  ไม่ใช่เป้าหมายหลักของการภาวนา
การภาวนาเหมือนการเดินทางไกล พบอุปสรรคมาก  โดดเดี่ยว
สรุปธรรมบรรยายช่วงที่ผ่านมา

Kovit 10B

สรุปธรรมบรรยายช่วงที่ผ่านมา

Kovit 11A

ภาวนาด้วยการขับเพลงองค์ใดพระสัมพุทธะ เพลงด้วยดวงใจ  ด้วยความรู้สึกตัว
ปฏิบัติธรรมต้องมีอารมณ์ให้กำหนดรู้ และอยู่เหนืออารมณ์

Kovit 11B

เมตตาเป็นมโนคติ  กรุณาเป็นการกระทำ
นำภาวนา
นำเปล่งเสียงภาวนา  โอม (มาจากคำ อะ  อุ  มะ  คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์)
หัดเปล่งเสียงภาวนา  โอม  เปล่งโดยไม่ต้องคิดถึงความหมาย  เปล่งด้วยความรู้สึกตัว
นำฝึกภาวนา

Kovit 12A

เจริญภาวนาให้จับที่ความรู้สึกตัวสด ๆ
ชีวิตคือความรู้สึกตัว

ความรู้ทางปริยัติ  ความรู้ทางพระคัมภีร์ อาจเป็นอุปสรรคสู่การบรรลุธรรม
ภาวนาอย่าคิด  แยกแยะ สาธยายธรรม หรือบรรยายธรรมให้ตัวเองฟังภายใน
เลิกกระซิบ เลิกวิตกวิจารณ์  จะทำให้เราเข้าถึงโลกสงบสงัดภายใน
ความรู้ด้านพระคัมภีร์ละกิเลสไม่ได้  ความรู้เป็นเพียงภาพวาด
รากฐานการเข้าถึงธรรมอยู่ที่ตัวผู้ปฏิบัติเป็นหลัก
การเพ่งกสิณอาจทำให้บ้าได้
ภาวนาโดยใช้การเจริญสติ  รู้สึกตัวซื่อ ๆ  ถ้วน ๆ  หลีกเลี่ยงภาวะบ้า

Kovit 12B

ฝึกภาวนาจนตั้งสติเป็นแล้ว  ค่อยดูความคิดปรุงแต่ง
สติไม่ทำหน้าที่หลุดพ้น

สติเป็นสิ่งที่ดี  แต่ละเวรไม่ได้   ตัวอริยมรรคญาณทำหน้าที่เห็นกิเลส  ละกิเลส
สติเพียงทำหน้าที่ ละ ความไม่รู้ตัว
สติสะสมมาก ๆ  ทำให้สมาธิตั้งมั่น เห็นรูป เห็นนามตามที่เป็นจริง

สัมมาทิฐิเกิดไม่ได้ด้วยการอ่านการฟัง  เกิดจากการภาวนา  ปัญญาญาน
ความรู้ทางปริยัติเพียงเพื่อปลุกเร้านำเข้าสู่การภาวนา

นำเจริญสติด้วยการลืมตา
ระหว่างภาวนา  อย่าหยุดคิด หยุดฟุ้ง แต่ให้รู้เท่าทัน เห็นความคิด
ความรู้จากการภาวนาจะเป็นประสบการณ์ที่ไม่ลืม

Kovit 13A

การเคลื่อนไหวกายประสานการเจริญสติ
รำไท้เก๊ก  เคลื่อนไหวมุทราเพื่อเป็นฐานการทำวิปัสสนา

Kovit 13B

ภาวะเข้าถึงธรรมชาติ คือ การเข้าหาดุลยภาพภายในจิต

Kovit 15A

การตั้งดวงจิตอธิษฐานเป็นสิ่งสำคัญ   ช่วยคนอื่นพ้นทุกข์ ช่วยตนเองพ้นทุกข์
ให้สิ่งดี ๆ  กับเพื่อนมนุษย์ และคนรอบข้าง

สนทนาธรรม   ธรรมจาริณีพูดแสดงความเห็น

Kovit 15B

สนทนาธรรม  ธรรมจาริณีพูดแสดงความเห็น

Kovit 15C

คนทุกคนปรารถนาความสงบ
การภาวนาเพื่อตัดต้นเหตุแห่งความเดือดเนื้อร้อนใจ

หยุดเพลิดเพลินในอารมณ์  เผลอตัวน้อยลง  รู้สึกตัวให้มากขึ้น มากขึ้น

Kovit 16A 

หมั่นเจริญสติมากขึ้น จะทำให้เห็นนิสัยแท้ของเราเองชัดเจนขึ้น เห็นกิเลส และรู้จักตัดรากเหง้าของนิสัยเสีย ๆ
รู้เท่าทันตนเองเป็นสิ่งสำคัญ   รู้เรื่องนอกตัว จะรู้บ้าง ไม่รู้บ้างก็ได้

ช่วงฝึกภาวนา อย่าคิดซ้อนคิด  เห็นโดยไม่ต้องคิด  เห็นแล้วทิ้งทันที คิดดี คิดชั่ว ให้ทิ้งไป
อย่าเข้าไปในกระแสความคิดปรุงแต่ง  ให้เห็น รู้สึก เพียงอย่างเดียว
เมื่อเราประกอบคุณธรรมหลักได้   คุณธรรมอื่น ๆ จะตามมาเอง
เปรียบเสมือนการย้ายรังผึ้งให้ย้ายเฉพาะ นางพญา แล้วผึ้งทั้งรังจะตามมาเอง

ความรู้สึกตัวสด ๆ  ถ้วน ๆ  คือ ชีวิต
ปัญหาของปัญญาชน คือ การใคร่รู้ล่วงหน้า  ทำให้เป็นอุปสรรคในการเห็นสภาวะธรรม
ธรรมจริง ๆ  รู้ล่วงหน้าไม่ได้
ประสบการณ์ทางโลกรู้แล้วจำ  ประสบการณ์ทางธรรมรู้แล้วผ่าน

Kovit 16B

ศาสตร์ต่าง ๆ มีมากมาย  แต่ไม่หันมาในตัวเอง
สนทนาธรรม ถามตอบปัญหา
ทันทีที่ทำความรู้สึกตัว  ชีวิตใหม่ ๆ จะปรากฏ

Kovit  17A

ปฏิบัติธรรมอย่าอยากได้อะไร อย่าติดมรรคผล  จะทำให้หลงทาง
คำขวัญการฝึกสติภาวนา 
จงกรม  บ่มรู้  ดูใจ  ไม่เข้าไปในความคิด
ธรรมบรรยาย

Kovit 17B

ธรรมบรรยาย

Kovit 18A-18B

สรุปเนื้อหาธรรมบรรยายและหลักการเจริญสติภาวนาทั้งหมด
ธรรมจาริณีกล่าวสรุป ขอบคุณ และร่วมขับเพลง ศานติ -ไมตรี