Cdthamma

Please login or register.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

สวัสดีครับ ตอนนี้กระดาานข่าวสารกลับมาเป็นปกติแล้วครับ

ผู้เขียน หัวข้อ: หลักใหญ่สำหรับเทียบเคียง ๔ (ฝ่ายธรรมะ) - ธรรมรักษา  (อ่าน 186 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 0 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

คุณเสรี ลพยิ้ม

  • ผู้ดูแลระบบ
  • สมาชิกขั้นสูงสุด
  • *****
  • Karma: +17/-3
  • กระทู้: 3,074
หลักใหญ่สำหรับเทียบเคียง ๔ (ฝ่ายธรรมะ) - ธรรมรักษา

พระพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ อานันทเจดีย์ ใกล้โภคนคร
ได้ตรัสถึงมหาประเทศ ๔ สำหรับสอบสวนเปรียบเทียบ
หลักคำสอนของพระพุทธเจ้า คือ
   
หากมีภิกษุกล่าวว่า
 
๑.ข้าพเจ้าได้ฟังมาจากพระพุทธเจ้าว่า นี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า
๒.ในวัดโน้นมีสงฆ์อยู่ พร้อมด้วยพระเถระ ข้าพเจ้าได้ฟังมา เฉพาะหน้าสงฆ์นั้นว่า นี้เป็นธรรม
นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า
๓.ในวัดโน้นมีพระเถระอยู่มาก เป็นผู้รู้เป็นผู้ชำนาญ ทรงธรรม ทรงวินัย นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า
๔.ในวัดโน้นมีพระเถระอยู่องค์หนึ่ง เป็นผู้รู้เป็นผู้ชำนาญ ทรงธรรมทรงวินัย ข้าพเจ้าได้ฟังมาเฉพาะหน้า พระเถระรูปนั้นว่า นี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า
 
เมื่อได้ฟังมาดังนี้ จงอย่าชื่นชมหรือคัดค้าน แต่จงเรียนข้อความและถ้อยคำเหล่านั้นให้ดี แล้วจงสอบสวนดูในพระสูตรและเทียบเคียงดูในพระวินัย ถ้าลงและเข้ากันไม่ได้ พึงทราบเถิดว่า นี้มิใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า ท่านจำมาผิดแล้วจงทิ้งเสียเถิด
 
สัญเจตนิยวรรค ๒๑/๑๙๕
 
พระพุทธดำรัสตอนนี้ เป็นหลักในการเตือนสติอย่างดีสำหรับผู้ที่มี “สัทธาจริต” คือมีความเชื่อเป็นทุนเดิมอยู่ก่อน ใครพูดว่าอะไร? อย่างไร? ก็มักจะ “เชื่อคำ” อย่างหลับตาปิดหู ผลที่ตามมาก็คือ นอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังอาจจะถูกหลอกเอาอีกด้วย เพราะไม่ว่ายุคไหน ก็มักจะมีคนประเภท “มือถือสาก ปากถือศีล” แอบแฝงเข้ามาอยู่เสมอ
การมีหลักฐานไว้สำหรับเทียบเคียง ย่อมจะเกิดผลดีไม่ว่าในกาลไหน ๆ หลักการนี้มิใช่ว่าจะใช้ได้เฉพาะทางธรรมะเท่านั้น แม้ทางโลก ๆ ก็ใช้ได้ดี เพราะมี “ข่าวลือ” เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวอยู่เสมอ ๆ
 
การมีความดีแล้วอวดคนอื่น
ทำให้ค่าของความดีลดลง และไม่บริสุทธิ์

หลักใหญ่สำหรับเทียบเคียง ๔ (ฝ่ายธรรมะ) - ธรรมรักษา

บันทึกการเข้า

คุณเสรี ลพยิ้ม