Skin by [cer]
 
 
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

 
 
 
 
 
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
 
  ข่าว: สวัสดีครับ ตอนนี้กระดาานข่าวสารกลับมาเป็นปกติแล้วครับ
 ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความจำเป็นของการสมาทานศีล และวิธีการปฏิบัติอย่างถูกต้อง  (อ่าน 4915 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ผีมังคุด
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: ธันวาคม 01, 2006, 05:48:39 pm »

ความจำเป็นของการสมาทานศีล ที่ชาวพุทธยังไม่เข้าใจและวิธีการปฏิบัติอย่างถูกต้อง

*การรักษาศีลนั้น มีอนิสงค์แรงมาก*
- มีอนิสงค์ยิ่งใหญ่ไพศาล แรงกว่าการให้ทานอยู่มาก
- แต่ศีลก็มีอนิสงค์น้อยกว่าการ นั่งสมาธิ (สมาถะกรรมฐาน) และ เจริญสติตามดูจิต (วิปัสสนากรรมฐาน)
- แต่ชาวพุทธจำเป็นต้องทำบุญให้ครบ คือ ทาน-ศีล-สมาธิ-ปัญญา เพราะบุญแต่ละอย่างมีอนิสงค์แตกต่างกัน ต้องทำให้ครบ

การสมาทานศีล 5 กระทำเช่นเดียวกับการสมาทาน "ศีล 8 อุโบสถ" คือสมาทานเป็นครั้งๆไป ("ศีล 8 อุโบสถ" จะสมาทานในวันพระ) ถ้าไม่ใช่วันพระ จะเป็นศีล 8 ธรรมดา ...แล้วรักษาไว้ให้ได้ 24 ชั่วโมง.

การสมาทานศีล 5 ทำตอนตื่นนอนทุกเช้า อธิษฐานว่า

วันนี้ข้าพเจ้าขอตั้งสัตย์วาจา ขอสมาทานศีล 5 ข้อ ดังนี้
1.ข้าพเจ้า ของดเว้นจากการฆ่าสัตว์ โดยเด็ดขาด
2.ข้าพเจ้า ของดเว้นจากการลักทรัพย์์ โดยเด็ดขาด
3.ข้าพเจ้า ของดเว้นจากการประพฤตผิดในกาม โดยเด็ดขาด
4.ข้าพเจ้า ของดเว้นจากการกล่าวคำเท็จ โดยเด็ดขาด
5.ข้าพเจ้า ของดเว้นจากการกินเครื่องดองและของเมา โดยเด็ดขาด

แล้ว สำรวมกายวาจา อย่าให้ละเมิด โดยเด็ดขาด พอครบ 24 ชม. เราก็จะได้ อนิสงค์ผลบุญของการรักษาศีลในวันนั้นไปแบบสมบูรณ์

*เหตุผลที่ต้อง สมาทานศีล* ...เพราะบางคนอาจตั้งคำถามว่า ไม่ต้องสมาทานได้มั้ย

1.เนื่องจากว่า การจะได้บุญจากศีลนั้น เราต้องตั้งใจงดเว้นไว้ล่วงหน้า หรือสมาทานไว้ เราถึงจะได้อนิสงค์ผลบุญ
2.การสมาทานศีล 5 กระทำเช่นเดียวกับการสมาทาน "ศีล 8 อุโบสถ" คือต้องสมาทานเป็นครั้งๆไป ...ไม่ใช่ไม่เคยสมาทานเลย แล้วอยู่ไปวันๆหนึ่ง แบบนี้ไม่มีศีลแต่อย่างใด

ซึ่งการได้อนิสงค์ของศีลมี 2 วิธี
1.การตั้งใจงดเว้นไว้ล่วงหน้า หรือ การสมาทานศีล นั่นเอง
2.การไปพบสถานะการณ์เฉพาะหน้า เช่น เห็นมดเดินอยู่ เราก็เดินหลบไปซะ แบบนี้... (แต่จะได้อนิสงค์แห่งศีล เพียงข้อเดียว ที่ตนเองพบเฉพาะหน้า เฉพาะข้อนั้นๆเท่านั้น แต่ข้ออื่นจะไม่ได้)

...สัตว์เดรัจฉานเช่น วัว, ควาย, หมา, แมว ฯลฯ มันก็ไม่ได้ผิดศีลข้อใด แต่มันก็ไม่มีศีลนะครับ เพราะมันไม่มีจิตงดเว้น ...ถ้าสัตว์เดรัจฉานทุกตัวมีศีล ป่านนี้ สัตว์เดรัจฉานทุกตัวในโลก คงไปเกิดใน เทวโลก หมดแล้วครับ ...เด็กทารก หรือคนทั่วๆไป อยู่เฉยๆไปวันๆ ถึงแม้จะไม่มีเหตุการณ์ที่ต้องละเมิดศีล 5 ข้อเลย ก็ไม่ถือว่ามีศีลแต่อย่างไร เพราะไม่มีจิตใจตั้งใจงดเว้น เพราะไม่ได้สมาทานไว้ล่วงหน้า นั่นเอง (บุญเกิดจากการตั้งใจงดเว้น)

...ยกเว้นแต่ว่า คนที่ไม่ได้สมาทานไว้ แต่ไปพบสถานการณ์ลองใจเฉพาะหน้า เช่น พบเงินตกอยู่ แต่เราไม่สนใจเพราะรู้สึกว่ามันไม่ดีไม่ถูกต้อง แบบนี้ก็จะได้บุญจาก ศีลข้อ 2 (แต่จะได้อนิสงค์แห่งศีล เพียงข้อเดียว ที่ตนเองพบเฉพาะหน้า เฉพาะข้อนั้นๆเท่านั้น แต่ข้ออื่นจะไม่ได้)  

...สำหรับคนที่สมาทานไว้ล่วงหน้า ถึงแม้ว่าจะไม่พบเหตุการอะไรเลยในวันนั้น ก็ได้บุญจากศีล ครบทั้ง 5 ข้อทุกประการณ์ เพราะบุญเกิดจากความตั้งใจ งดเว้นนั่นเอง

...อีกกรณีหนึ่ง ถ้ารับศีลจากพระภิกษุ มารักษา 24 ชั่วโมง  แล้วรักษาทุกวัน จนเป็นปกติ เป็นนิสัย ไม่เคยละเมิดเลย แบบนี้ก็เป็นศีลครับ ...แต่ในความเป็นจริง ปุถุชนกิเลสหนาๆ อย่างเราๆ ทำยากครับ ผมว่าสมาทานทุกวันดีกว่าด้วยเหตุผลดังนี้ครับ

- สมมุติว่าถ้าเรารับศีลจากพระภิกษุ แล้วเรารักษาศีลไว้ได้ 29 วัน แต่พอมาถึงวันที่ 30 เราไปล่วงศีลข้อใดข้อหนึ่ง ก็จะถือว่าศีลข้อนั้นๆใน 29 วันแรกเป็นโมฆะไปเลย เพราะเราไม่สามารถรักษาศีลข้อนั้นๆไว้ได้ตลอด เป็นการผิดคำพูด ถ้าเป็นพระภิกษุถือเป็นอาบัติ ถ้าเป็นปุถุชนถือเป็นทุศีล ต้องเริ่มสมาทานในข้อนั้นๆใหม่ทันที
- แต่ถ้าเราสมาทานทุกวัน ถึงแม้ว่าเราจะไปล่วงศีลวันที่ 30 ...แต่ 29 ก่อนหน้านี้ เราก็ยังได้อนิสงค์ของศีลอยู่ 29 วัน ...คงพอเข้าใจนะครับ เพราะอธิบายละเอียดขนาดนี้แล้ว

*มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน อยู่ไปวันๆหนึ่ง โดยไม่ได้ สมาทาน หรือ ตั้งใจงดเว้นไว้ล่วงหน้า ก็ไม่ถือว่ามีศีลอะไรเลย ชาวพุทธ โปรดทำความเข้าใจเรื่องนี้ด้วยครับ ..สาธุ สาธุ สาธุ
-----------------
หน้า: [1]
 
 

Powered by SMF 2.0 Beta 4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
EnerGy Skin by [cer]