Skin by [cer]
 
 
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

 
 
 
 
 
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
 
  ข่าว: สวัสดีครับ ตอนนี้กระดาานข่าวสารกลับมาเป็นปกติแล้วครับ
 ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
หน้า: 1 ... 8 9 [10]
 91 
 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2018, 10:26:09 am 
เริ่มโดย คุณเสรี ลพยิ้ม - กระทู้ล่าสุด โดย คุณเสรี ลพยิ้ม
ยู ยอง มิน - ยอดเด็กอัจฉริยะชาวเกาหลีเหนือ - พระธรรมวิสุทธิกวี (พิจิตร ฐิตวณฺโณ)

อย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบันในหลายประเทศ
ดังตัวอย่างที่นำมาแสดงไว้ในที่นี้ ดังต่อไปนี้

ยู ยอง มิน
ยอดเด็กอัจฉริยะชาวเกาหลีเหนือ


           เรื่องนี้ ได้จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๖ ในข้อแนะนำของธิติพงษ์ ซึ่งขอนำมากล่าวไว้ในที่นี้แต่โดยย่อ ดังนี้
          เด็กยอดอัจฉริยะผู้นี้คือ เด็กชายยู ยอง มิน ชาวเกาหลีเหนือ ครอบครัวของหนูน้อยคนนี้ เป็นกรรมาชนอยู่หมู่บ้านชางชอน เมืองวอนซาน อันเป็นเมืองท่าและศูนย์กลางการผักผ่อนและตากอากาศของจังหวัดกังวอน บ้านที่ ยู ยอง มิน กับพ่อแม่อยู่นั้น แม้ไม่ได้อยู่ในตัวเมือง แต่ก็มองเห็นทัศนียภาพของเมืองวอนซานชัดเจน
           ยู ยอง มิน ลืมตามองดูโลกคอมมิวนิสต์ และสังคมที่ทุกอย่างถูกปิดกั้นอย่างเกาหลีเหนือ แต่สังคมและลัทธิการเมืองไม่อาจห้ามสมองเธอได้ แววฉลาดฉายออกมาขณะที่ ยู ยอง มิน อายุไม่กี่มากน้อย จนกระทั่งนายยู ดอง ชอล ผู้บิดาวัย ๓๗ ปี และนางโช บอง ชอน มารดา อายุ ๓๓ ปี ก็พลอยได้รับการกล่าวขวัญสรรเสริญอยู่เสมอ
           ความน่ารักน่าเอ็นดู ทำให้เจ้าหนูได้รับของขวัญหลายอย่างในวันเกิดครบรอบปีแรก เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๒๑ แล้วแค่วัยขวบเศษ เพื่อนบ้านใกล้เคียงก็รู้ว่าพวกเขามองคนไม่ผิด และเกินคาดด้วยซ้ำ เพราะชื่อเสียงอัจฉริยะภาพของเด็กชาย ยู ยอง มิน กระฉ่อนไปทั่ว ไม่เฉพาะเขตอำเภอละแวกบ้านเท่านั้น หากกระจายไปทั่วประเทศ
          นอกจากจะเหลือเชื่อแล้ว แต่ยังความประหลาดใจแก่พ่อแม่เป็นอย่างยิ่ง ในเรื่องที่เกิดขึ้นแก่บุตรชายของตน คือ เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๒๑ อายุยังไม่ครบขวบอยู่ ๒ วัน หลังจากรับประทานอาหารค่ำแล้วทั้งครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ก็พักผ่อนเล่นหัวกันตามปกติ ทันใดนั้น เจ้าหนูน้อยก็ใช้มือน้อย ๆ เกาะไหล่บิดา แล้วท่องบทอาขยานที่ได้ยินพี่สาวอ่าน และท่องจากหนังสือเรียนเป็นประจำไม่ใช่ท่องได้ ๒-๓ ประโยคเท่านั้น หากท่องได้ถึง ๔๐ วรรคอย่างแม่นยำ ซึ่งเด็กวัยแค่ไม่ครบขวบดีอย่างนั้นทั่วไปแล้ว อย่าว่าแต่ท่องบทอาขยานเลย แม้จะพูดเป็นประโยค เรียกชื่อพ่อแม่ก็ยาก
          พออายุครบ ๒ ขวบ ผู้ปกครองก็พาเด็กชาย ยู ยอง มิน ไปฝากเข้าเรียนโรงเรียนอนุบาลชางชอน พอได้เรียนเพิ่มเติมเข้าเท่านั้น เจ้าหนูน้อยคนนี้ก็เรียนเร็ว ราวกะว่าสมองติดเครื่องคอมพิวเตอร์ คือ หลังจากเรียนอนุบาลแค่ ๒ อาทิตย์ เจ้าหนูก็เรียนหลักสูตรชั้นประถมปีที่หนึ่ง แล้วก็เรียนจบหลักสูตรชั้นประถมปีที่สอง ภายใน ๑ เดือน ประถมปีที่สามภายใน ๔๐ วัน และต่อมาอีก ๔๐ วัน ก็จบชั้นประถมปีที่สี่ สรุปแล้ว ภายใน ๔ เดือน ๕ วัน หนูน้อยมหัศจรรย์ ยู ยอง มิน ก็สามารถสอบผ่านหลักสูตรชั้นประถมปีที่สี่ จึงได้รับประกาศนียบัตรชั้นประถมศึกษาเมื่ออายุ ๔ ขวบ
           จากนั้น ก็เข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หลักสูตร ๒ ปี ผ่านไปด้วยดี แล้วเข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายอีก ๒ ปี จึงสำเร็จชั้นมัธยมปลาย เมื่ออายุแค่ ๕ ขวบ ย่างเข้า ๖ ขวบเท่านั้น
           หากมีใครพูดว่า เด็กอายุ ๖ ขวบ สามารถทำคณิตศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัยได้คล่องแคล่ว โดยทั่วไปก็จะไม่มีใครเชื่อ แต่สำหรับเด็กชาย ยู ยอง มิน ผู้นี้ ตอนอายุ ๕ ขวบเท่านั้น แกทำได้จริง ๆ แกสามารถพูดภาษาต่างประเทศได้อีก ๕ ภาษา แม้ไม่ถึงกับเก่งคล่องเปรี๊ยะ ก็จัดเข้าขั้นเรียนรู้ได้เร็วมาก เนื่องจากสิ่งแวดล้อมทางภาษาต่างประเทศไม่อำนวยเอาเลย แต่แกก็ยังสามารถพูดได้ถึง ๕ ภาษา นับว่าอัจฉริยะอัศจรรย์เอามากทีเดียว
          ความอัจฉริยะพิเศษสุดที่ธรรมชาติบันดาลให้เจ้าหนูน้อย ยู ยอง มิน ลือลั่นไปทั่ว ทำให้ดึงดูดความสนใจเหล่านักวิชาการ นักศึกษา และบรรดาปัญญาชนชาวโสมแดงยิ่งนัก ทั้งศาสตราจารย์และนักวิชาการระดับดอกเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาวิชาคณิตศาสตร์ และฟิสิกส์ ให้ความสนใจเป็นพิเศษ
          แล้ววันหนึ่ง ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๒๕ ศาสตราจารย์คนหนึ่งของมหาวิทยาลัยการประมงเมืองวอนชาน ก็ไปเยี่ยมถึงโรงเรียนที่เด็กชาย ยู ยอง มิน กำลังเรียนอยู่ ท่านศาสตราจารย์ส่งปากกาหมึกซึมใส่ในมือเจ้าหนูน้อยมหัศจรรย์พร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่ง แล้วการลองภูมิก็เกิดขึ้น
           ศาสตราจารย์ตั้งโจทย์คณิตศาสตร์ขึ้นว่า "ฟังนะ พระเอกของชาวเกาหลี, ล้อจักรยานล้อหนึ่ง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓๗ เซ็นติเมตร จะต้องเคลื่อนที่หมุนไปกี่รอบบนเส้นทางยาว ๓๗,๙๓๕ เมตร"
           หนูน้อย ยู ยอง มิน ฟังโจทย์ไปพลาง มือขวาถือปากกา ส่วนมือซ้ายเล่นของเล่นไปพลางตามประสาเด็ก แต่ทั้งที่มือเล่นของเล่น มือขวาทำโจทย์คณิตศาสตร์ ภายใน ๒-๓ นาทีเท่านั้น หนูน้อย ยู ยอง มิน แล้วกอดอย่างชื่นชม ก่อนทดสอบคณิตศาสตร์อีกหลายข้อจนพอใจ
           ไม่ใช่เพียงคณิตศาสตร์ ภาษาศาสตร์และฟิสิกส์ เท่านั้น ที่เจ้าหนูน้อย ยู ยอง มิน มีความชำนาญ แม้แต่วิทยาศาสตร์และวรรณกรรมก็ไม่ย่อย ดังเช่นกลอนบทหนึ่ง ยู ยอง มิน ประพันธ์ขึ้น ซึ่งถอดความเป็นภาษาไทยว่า

กรุงเปียงยางสวยสดไซร้ ฉันใด
คงเพราะ คิม อิล ซัง จอมไผท สถิตอยู่
ตัวข้า ฯ ใคร่คลาไคล ไปพิศดู
งามไม่งามคงรู้ เมื่อโตวัย.

ยู ยอง มิน - ยอดเด็กอัจฉริยะชาวเกาหลีเหนือ - พระธรรมวิสุทธิกวี (พิจิตร ฐิตวณฺโณ)


 92 
 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2018, 10:14:58 am 
เริ่มโดย คุณเสรี ลพยิ้ม - กระทู้ล่าสุด โดย คุณเสรี ลพยิ้ม
มาร้ายไปดี - ธมฺมวฑฺโฒ ภิกฺขุ

ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เย็นวันหนึ่ง คนเดินทางหมู่หนึ่ง มาหยุดพักแถวเขตหน้าบ้าน
ของครอบครัวมีอันจะกินครอบครัวหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวมีจิตใจโอบอ้อมอารี
เห็นคนหมู่นั้นจะพักแรมในที่แจ้งเช่นนั้นกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย
เพราะสมัยนั้นมีสัตว์ร้ายชุกชุม จึงเรียกให้เข้ามาพักบนบ้าน
และสั่งคนในบ้านจัดอาหารมาเลี้ยงดูให้อิ่มหนำสำราญ
แล้วพูดสนทนาแสดงถึงไมตรีจิตอันดีของเจ้าบ้าน
ซํ้ายังเชิญให้รับประทานอาหารเช้าก่อนออกเดินทางด้วย

พอรุ่งเช้า หมู่แขกก็ออกเดินทางไปแต่เช้าตรู่ยังไม่ทันสว่างดี
พ่อบ้านสงสัยจึงไปดูในห้องที่ชายหมู่นั้นพัก
เห็นตัวหนังสือเขียนด้วยดินสอพองที่ข้างฝาว่า

ข้าขอลาท่านผู้ใจดีไปก่อน ข้าจะขอจดจำความดีของท่านตลอดไป
เจ้าของบ้านเห็นแล้วงง จึงซักถามคนในบ้าน
ชายในบ้านคนหนึ่ง นอนติดกับห้องของแขกแปลกหน้า
เล่าให้ฟังว่า ตอนดึกนอนไม่หลับได้ยินเสียงข้างห้อง
เขาปรึกษากันถนัด

เสียงลูกน้องถามว่า เมื่อไหร่จะปล้น
ลูกพี่ตอบว่า เปลี่ยนใจแล้ว ทำไม่ลงเพราะเจ้าของบ้านต้อนรับเลี้ยงดูอย่างดี
แม้จะเคยปล้นมามาก ก็ล้วนแต่ปล้นคนชั่ว ถึงบาปก็ไม่หนักหนา
ถ้าปล้นคนดีบาปหนัก แถมยังถูกชาวบ้านสาปแช่งให้ฉิบหายตายโหง
ต่อไปจะเลือกปล้นแต่คนที่ชั่วช้า
จากนั้นลูกพี่ก็เขียนหนังสือลาไว้ที่ข้างฝา
แล้วพาพวกไปแต่เช้า

(กฎแห่งกรรม ของ ท. เลียงพิบูลย์ เล่ม ๓)

ประเด็นที่ควรกล่าวถึงมีดังนี้

๑.เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นข้อพิสูจน์ความจริงของพุทธภาษิตที่ว่า
ผู้ให้ย่อมผูกไมตรีไว้ได้
๒.การให้อาหารและที่พักแก่บุคคลที่หิวโหยและเหน็ดเหนื่อย
เป็นทานที่มีอานิสงส์มาก เพียงได้เห็นบุคคลนั้น
กำลังกินอาหารที่ให้อย่างเอร็ดอร่อย ผู้ให้ก็ปลื้มใจ (เป็นสวรรค์ในอก)
จัดเป็นบุญที่ให้ผลทันตาเห็นในชาตินี้ เดี๋ยวนี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า
๓.แม้ไม่ได้ปล้น แต่พวกนั้นก็ได้ทำบาปแล้ว เพราะการคิดปล้นเป็นบาป
จัดเป็นมโนทุจริตคือโลภอยากได้ของคนอื่นในทางมิชอบ

มาร้ายไปดี - ธมฺมวฑฺโฒ ภิกฺขุ


 93 
 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2018, 09:44:13 am 
เริ่มโดย คุณเสรี ลพยิ้ม - กระทู้ล่าสุด โดย คุณเสรี ลพยิ้ม
สิ่งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน - ธรรมรักษา

พระพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เมืองเวสาลี
พวกเจ้าลิจฉวีเป็นอันมาก ขึ้นยานอย่างดีมีเสียงอื้ออึง เข้าไปเฝ้าพระพุทธองค์
พระเถระหลายรูป รู้ว่าเสียงเป็นปฏิปักษ์ต่อฌาน และพระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ
ความมีเสียงเบา จึงพากันหลบไปอยู่ที่ป่าโคสิงคสาลทายวัน
 
พระพุทธองค์ทรงเห็นภิกษุบางตา จึงตรัสถาม เมื่อทรงทราบแล้ว
ตรัสอนุโมทนา และทรงแสดงสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ๑๐ ประการ คือ
 
๑.ผู้ยินดีในการคลุกคลีกับหมู่คณะ ย่อมเป็นปฏิปักษ์ กับผู้ยินดีในที่สงัด
๒.การประกอบไว้ซึ่งสุภนิมิต ย่อมเป็นปฏิปักษ์ กับผู้ประกอบไว้ซึ่งอสุภนิมิต
๓.การดูมหรสพเป็นข้าศึก ย่อมเป็นปฏิปักษ์ กับผู้สำรวมอินทรีย์
๔.การติดต่อกับมาตุคาม ย่อมเป็นปฏิปักษ์ กับผู้พระพฤติพรหมจรรย์
๕.เสียง ย่อมเป็นปฏิปักษ์ ต่อปฐมฌาน
๖.วิตกและวิจาร ย่อมเป็นปฏิปักษ์ ต่อทุติยฌาน
๗.ปีติ ย่อมเป็นปฏิปักษ์ต่อ ตติยฌาน
๘.ลมอัสสาสะและปัสสาสะ ย่อมเป็นปฏิปักษ์ ต่อจตุตถฌาน
๙.สัญญาและเวทนา ย่อมเป็นปฏิปักษ์ ต่อสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ
๑๐.ราคะ ย่อมเป็นปฏิปักษ์ ต่อโทสะ
 
เธอทั้งหลาย จงเป็นผู้ไม่มีปฏิปักษ์เถิด พระอรหันต์ทั้งหลาย
เป็นผู้ไม่มีปฏิปักษ์ เพราะเป็นผู้หมดปฏิปักษ์แล้ว
 
กัณฏกสูตร ๒๔/๑๓๗
 
   การปฏิบัติธรรม ที่จะให้ได้ผลอย่างรวดเร็ว ควรที่จะต้องคำนึงถึง
“สิ่งที่เป็นปฏิปักษ์” ต่อองค์ธรรมข้อนั้น ๆ ด้วย มิฉะนั้นการปฏิบัติก็จะล่าช้า
ทำให้เสียเวลา และจะนำพาให้เกิดความเบื่อหน่าย เป็นผลตามมาอีกด้วย

   ทั้งนี้ก็เพราะว่า งานทางจิตเป็นงานละเอียดอ่อน ต้องใช้ปัญญาที่สุขุมคัมภีรภาพ
จึงจะเอาชนะข้าศึก (กิเลส) ได้ ถ้ามัวแต่ต่อสู้ข้าศึกหลายด้าน โอกาสที่จะชนะมัน
ก็เป็นไปได้ยาก หรืออาจแพ้มันก็ได้ ผู้ปฏิบัติธรรมที่ฉลาด จึงไม่ควรที่จะมองข้ามปัญหานี้ไป

สิ่งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน - ธรรมรักษา


 94 
 เมื่อ: เมษายน 26, 2018, 10:38:42 am 
เริ่มโดย คุณเสรี ลพยิ้ม - กระทู้ล่าสุด โดย คุณเสรี ลพยิ้ม
07 - อานิสงส์ของศีล 07 - หลวงปู่ไม อินทศิริ




youtube.com/c/เสรีลพยิ้ม

google.com/+เสรีลพยิ้ม

 95 
 เมื่อ: เมษายน 26, 2018, 10:30:32 am 
เริ่มโดย คุณเสรี ลพยิ้ม - กระทู้ล่าสุด โดย คุณเสรี ลพยิ้ม
01+02 - วิธีสร้างบุญบารมี - สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช





youtube.com/c/เสรีลพยิ้ม

google.com/+เสรีลพยิ้ม

 96 
 เมื่อ: เมษายน 26, 2018, 10:20:30 am 
เริ่มโดย คุณเสรี ลพยิ้ม - กระทู้ล่าสุด โดย คุณเสรี ลพยิ้ม
007 - จิตขุ่นมั่ว - พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร




youtube.com/c/เสรีลพยิ้ม

google.com/+เสรีลพยิ้ม

 97 
 เมื่อ: เมษายน 26, 2018, 10:14:18 am 
เริ่มโดย คุณเสรี ลพยิ้ม - กระทู้ล่าสุด โดย คุณเสรี ลพยิ้ม
006 - พิจารณาตามความเป็นจริง - พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร




youtube.com/c/เสรีลพยิ้ม

google.com/+เสรีลพยิ้ม

 98 
 เมื่อ: เมษายน 26, 2018, 09:36:33 am 
เริ่มโดย คุณเสรี ลพยิ้ม - กระทู้ล่าสุด โดย คุณเสรี ลพยิ้ม
07 - นาถกรณธรรม ธรรมกระทำที่พึ่ง ๒ (เย็น) - พระมหาอุเทน ปัญญาปริทัตต์




youtube.com/c/เสรีลพยิ้ม

google.com/+เสรีลพยิ้ม

 99 
 เมื่อ: เมษายน 26, 2018, 09:33:44 am 
เริ่มโดย คุณเสรี ลพยิ้ม - กระทู้ล่าสุด โดย คุณเสรี ลพยิ้ม
06 - นาถกรณธรรม ธรรมกระทำที่พึ่ง ๑ (เย็น) - พระมหาอุเทน ปัญญาปริทัตต์




youtube.com/c/เสรีลพยิ้ม

google.com/+เสรีลพยิ้ม



 100 
 เมื่อ: เมษายน 26, 2018, 09:17:00 am 
เริ่มโดย คุณเสรี ลพยิ้ม - กระทู้ล่าสุด โดย คุณเสรี ลพยิ้ม
17 - ศาสนาทำให้คนต่างกับสัตว์ - 10 ม.ค.2519 - หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน




youtube.com/c/เสรีลพยิ้ม

google.com/+เสรีลพยิ้ม

หน้า: 1 ... 8 9 [10]
Powered by SMF 2.0 Beta 4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder | Thai language by ThaiSMF
EnerGy Skin by [cer]